เชลซีถล่มชาร์ลตัน 5-1 เปิดยุคโรซิเนียร์ด้วยชัยชนะ แต่กระแสต้านเจ้าของสโมสรยังเดือด
เชลซีประเดิมยุคของ เลียม โรซิเนียร์ ได้อย่างสวยงามในสนาม หลังส่งทีมชุดสองโชว์ฟอร์มเหนือชั้น ถล่ม ชาร์ลตัน แอธเลติก 5-1 ผ่านเข้าสู่รอบสี่ เอฟเอ คัพ ได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม นอกสนามบรรยากาศยังคุกรุ่น เมื่อแฟนบอลทีมเยือนยังคงส่งเสียงโจมตีเจ้าของสโมสรอย่างต่อเนื่อง
เกมนี้เชลซีคุมสถานการณ์ได้ตลอด แม้จะไม่ใช่ทีมชุดใหญ่เต็มสูบ แต่ก็เล่นอย่างมีระบบและเฉียบคม ขณะที่ชาร์ลตัน ซึ่งผลงานในแชมเปียนชิพไม่สู้ดีนัก ต้านทานได้จำกัด อย่างไรก็ดี ประเด็นร้อนกลับไม่ใช่รูปเกม หากเป็นเสียงโห่และบทเพลงเสียดสีจากแฟนบอลที่ไม่พอใจกลุ่มทุนเจ้าของทีมอย่าง ท็อดด์ โบห์ลี่ และ เคลียร์เลค แคปิตอล
แม้โรซิเนียร์จะส่ง เอสเตวาโอ วิลเลียน ปีกดาวรุ่งชาวบราซิลลงมาโชว์ความสามารถในครึ่งหลัง และสร้างความหวือหวาได้ทันที แต่ก็ยังไม่อาจลดแรงต่อต้านจากแฟนบอลได้ ซึ่งสะท้อนความไม่พอใจต่อทิศทางการบริหารทีมที่ยืดเยื้อมานานเกือบ 4 ปี นับตั้งแต่เปลี่ยนเจ้าของสโมสร
โรซิเนียร์วัย 41 ปี เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเป็นกุนซือคนที่ 5 นับตั้งแต่กลุ่มทุนดังกล่าวเข้าซื้อกิจการเชลซีในปี 2022 โดยเซ็นสัญญายาวถึง 6 ปีครึ่ง ท่ามกลางคำถามว่าเขาจะมีอิสระในการทำทีมมากน้อยเพียงใด หลังถูกดึงตัวมาจากสตราสบูร์ก ซึ่งอยู่ภายใต้เครือเดียวกัน
ด้านแท็กติก เกมนี้เชลซียังยึดแนวทางเดิมจากยุคของ เอ็นโซ มาเรสกา ครองบอลเป็นหลักและค่อยๆ เจาะแนวรับลึกของชาร์ลตัน โดยได้ประตูขึ้นนำจาก ยอร์เรล ฮาโต แบ็กซ้ายวัย 19 ปี ที่ได้โอกาสลงตัวจริงและเร่งเครื่องพิสูจน์ตัวเอง ก่อนจะซัดให้ทีมออกนำ 1-0
ครึ่งหลัง “สิงห์บลูส์” หนีเป็น 2-0 จากลูกโหม่งของ โตซิน อดาราบิโอโย แต่ปัญหาเดิมยังตามหลอกหลอน เมื่อเสียประตูง่ายๆ จากลูกเตะมุมให้ ไมล์ส ลีเบิร์น ไล่มา 2-1 ในนาทีที่ 57
อย่างไรก็ตาม เชลซีตอบสนองได้ดี อเลฮานโดร การ์นาโช กระชากเกมรุกฝั่งซ้าย ก่อนบอลมาเข้าทาง มาร์ก กีอู ยิงประตูที่สาม จากนั้น เปโดร เนโต้ ลงมาซัดเพิ่มเป็น 4-1 และช่วงทดเวลา เอสเตวาโอ เรียกจุดโทษให้ เอ็นโซ แฟร์นานเดซ สังหารปิดกล่อง 5-1
หลังเกม โรซิเนียร์ยอมรับว่ายังมีจุดต้องแก้ไข
“เรายังต้องปรับปรุงในรายละเอียดพื้นฐาน โดยเฉพาะการป้องกันลูกตั้งเตะ แต่สิ่งที่ผมชอบคือปฏิกิริยาของทีมหลังเสียประตู”
แม้ผลการแข่งขันจะเป็นสัญญาณบวกสำหรับการเริ่มต้นยุคใหม่ แต่เสียงไม่พอใจต่อเจ้าของสโมสรยังคงดังก้อง สะท้อนว่าความท้าทายของโรซิเนียร์กับเชลซี อาจไม่ได้มีแค่เรื่องในสนามเท่านั้น