โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ส่งลูกชายลงประเดิมสนาม: “ตัดสินใจในฐานะโค้ช ไม่ใช่ในฐานะพ่อ”
โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เผยว่าการตัดสินใจให้ ชาคีล ฟาน เพอร์ซี่ ลูกชายวัย 19 ปี ลงสนามนัดแรกในทีมชุดใหญ่เฟเยนูร์ด เป็นการเลือก “ในฐานะโค้ช” ไม่ใช่เพราะความผูกพันส่วนตัว แม้จะยอมรับว่านั่นคือช่วงเวลาพิเศษของครอบครัวก็ตาม
ชาคีล ซึ่งเคยอยู่กับอะคาเดมีแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนย้ายกลับเฟเยนูร์ดตามรอยผู้เป็นพ่อในปี 2017 ถูกดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในเกมเอเรดิวิซีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และได้รับโอกาสประเดิมสนามยุโรปในเกมยูโรป้าลีกที่พ่ายกลาสโกว์ เซลติก โดยถูกส่งลงมาในนาทีที่ 81 ขณะทีมตามหลัง 2-1
“ผมตัดสินใจในฐานะโค้ช เพราะเราต้องการประตู” ฟาน เพอร์ซี่ กล่าว “ชาคีลเป็นคนที่ยิงได้จากทุกมุม นั่นคือเหตุผลที่ผมเลือกเขา ไม่ใช่เพราะเขาเป็นลูกชาย”
แม้จะมีโอกาสสับไกหนึ่งครั้ง แต่จังหวะไปไม่ถึงผลลัพธ์ ขณะที่เซลติกยิงประตูตอกฝาโลงทันทีหลังเขาถูกส่งลงสนาม
ฟาน เพอร์ซี่ ย้ำว่าทั้งคู่ทำข้อตกลงกันมานานว่าจะมองกันในฐานะโค้ชและนักเตะเท่านั้น “เขาจัดการกับมันได้ดีมาก และผมก็เช่นกัน” ก่อนเสริมว่าเมื่อกลับบ้านค่อยร่วมฉลองกันในฐานะพ่อ-ลูกอย่างภาคภูมิใจ
การให้ลูกชายประเดิมสนามไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการลูกหนัง โดยก่อนหน้านี้หลายคู่พ่อลูกเคยร่วมงานกัน ไม่ว่าจะเป็น โยฮัน–ฆอร์ดี้ ครัฟฟ์ ที่บาร์เซโลนา, แฮร์รี่–เจมี่ เรดแนปป์, สตีฟ–อเล็กซ์ บรูซ, ซีเนดีน–เอนโซ และลูก้า ซีดาน รวมถึงตำนานอย่าง เซอร์ อเล็กซ์–ดาร์เรน เฟอร์กูสัน หรือ ดิเอโก้–จูลิอาโน่ ซิเมโอเน่ และคู่ล่าสุดอย่าง แดนนี่–เดลี่ บลินด์ ในทีมชาติเนเธอร์แลนด์
สำหรับชาคีล นี่คือก้าวสำคัญในการเริ่มต้นเส้นทางอาชีพ และฟาน เพอร์ซี่เชื่อว่าลูกชายของเขาสมควรได้รับโอกาสจากความมุ่งมั่นตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นใจ แต่เป็นค่ำคืนที่ทั้งครอบครัวจะไม่มีวันลืม.